บทที่ 10 : การคำนวณ Lot อย่างถูกต้อง

ในการเทรด Forex หรือสินทรัพย์ที่มีการใช้ Margin หลายคนมักโฟกัสแต่การหาจุดเข้าที่แม่นยำ แต่ความลับที่แท้จริงของเทรดเดอร์มืออาชีพไม่ได้อยู่ที่การทำนายกราฟได้ถูก 100% แต่อยู่ที่ “Money Management” (การบริหารเงิน) และ “Risk Management” (การควบคุมความเสี่ยง)

หัวใจสำคัญของการคุมความเสี่ยงคือ “การกำหนดขนาด Lot ที่ถูกต้อง” บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกขั้นตอน ตั้งแต่วิธีคิด สูตรคำนวณ ไปจนถึงข้อผิดพลาดที่ต้องระวัง เพื่อให้คุณอยู่ในเกมการเทรดได้ยาวนานที่สุด


1. ปูพื้นฐาน: Lot คืออะไร?

ก่อนจะไปคำนวณ ต้องเข้าใจก่อนว่า Lot (ล็อต) คือขนาดของสถานะการซื้อขาย (Position size) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรและขาดทุน ยิ่ง Lot ใหญ่ ความผันผวนที่ต้องรับก็ยิ่งสูง

ขนาดมาตรฐานในตลาด Forex:

  • 1 Standard Lot = 100,000 หน่วย
  • 1 Mini Lot = 10,000 หน่วย
  • 1 Micro Lot = 1,000 หน่วย
  • 1 Nano Lot = 100 หน่วย

2. 5 ปัจจัยสำคัญที่ต้องรู้ก่อนคำนวณ Lot

การจะออก Lot ไม่ใช่การสุ่มตัวเลข แต่ต้องดูจากปัจจัยเหล่านี้:

  1. ขนาดของบัญชี (Account Balance): เงินทุนทั้งหมดที่มี เช่น ทุน $10,000 การออก 1 Lot ย่อมปลอดภัยกว่าทุน $1,000
  2. ความเสี่ยงที่รับได้ (Risk %): กฎเหล็กของมืออาชีพคือเสี่ยงไม่เกิน 1-2% ของพอร์ตต่อครั้ง
    • สูตร: เงินที่ยอมเสีย = เงินทุน x %ความเสี่ยง
  3. ระยะ Stop Loss (Pips): จุดยอมแพ้ที่เราวางแผนไว้ล่วงหน้า ยิ่ง Stop Loss ไกล ขนาด Lot ต้องยิ่งเล็ก
  4. มูลค่าของ 1 Pip (Pip Value): ขึ้นอยู่กับคู่เงินและขนาดบัญชี เช่น คู่ EUR/USD บัญชี Standard 1 Pip มีค่าประมาณ $10
  5. Leverage (เลเวอเรจ): ระวัง! เลเวอเรจช่วยให้เปิดออเดอร์ใหญ่เกินทุนได้ แต่มันคือดาบสองคม ไม่ควรนำมาเป็นปัจจัยหลักในการเพิ่มความเสี่ยง

3. สูตรลับการคำนวณ Lot Size

เมื่อได้ข้อมูลครบแล้ว ให้ใช้สูตรนี้ในการหาขนาด Lot ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับออเดอร์นั้นๆ:

Lot Size = (จำนวนเงินที่ยอมเสี่ยง) ÷ (ระยะ Stop Loss × มูลค่า Pip ต่อ 1 Lot)

ขั้นตอนการคำนวณ (Step-by-Step)

  1. ดูเงินทุนในพอร์ต
  2. กำหนด % ความเสี่ยง (เช่น 1%)
  3. คำนวณเป็น “จำนวนเงินที่ยอมขาดทุน” (Risk Amount)
  4. วัดระยะ Stop Loss จากกราฟ (จำนวน Pips)
  5. เช็ค Pip Value ของคู่เงินนั้น
  6. แทนค่าในสูตร

4. ตัวอย่างการคำนวณจริง (Case Studies)

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน มาดูตัวอย่างในสถานการณ์ต่างๆ กันครับ

ตัวอย่างที่ 1: บัญชี Standard (เทรด EUR/USD)

  • ทุน: $10,000
  • ความเสี่ยง: 1% ($100)
  • Stop Loss: 50 Pips
  • Pip Value: $10 (ต่อ 1 Lot)

วิธีคิด: Lot Size = $100 ÷ (50 × $10) Lot Size = $100 ÷ $500 = 0.20 Standard Lot


ตัวอย่างที่ 2: บัญชี Mini (เทรด GBP/USD)

  • ทุน: $2,000
  • ความเสี่ยง: 2% ($40)
  • Stop Loss: 30 Pips
  • Pip Value: $1 (ต่อ 1 Mini Lot)

วิธีคิด: Lot Size = $40 ÷ (30 × $1) = 1.33 Mini Lot


ตัวอย่างที่ 3: บัญชี Micro (สกุลเงินบาท THB)

  • ทุน: 50,000 บาท
  • ความเสี่ยง: 1.5% (750 บาท)
  • คู่เงิน: USD/JPY (สมมติ 1 pip ≈ 2.50 บาท)
  • Stop Loss: 40 Pips

วิธีคิด: Lot Size = 750 ÷ (40 × 2.50) Lot Size = 750 ÷ 100 = 7.5 Micro Lot (หรือ 7,500 units)


5. ทำไม Stop Loss ถึงสำคัญกว่าจุดเข้า?

หลายคนพยายามหาจุดเข้าที่แม่นยำที่สุด แต่ความจริงคือ “ไม่มีจุดเข้าไหนแม่น 100%” ตลาดเปลี่ยนแปลงได้เสมอ สิ่งเดียวที่คุณควบคุมได้คือความเสี่ยงผ่าน Stop Loss

ความสัมพันธ์ระหว่าง Stop Loss และ Lot Size:

  • Stop Loss ไกล → Lot ต้องเล็ก: เพื่อคุมความเสียหายให้เท่าเดิม
  • Stop Loss ใกล้ → Lot ใหญ่ขึ้นได้: แต่โอกาสโดนตัดขาดทุนก็ง่ายขึ้น

ตารางเตือนใจ: ยิ่งเสียมาก ยิ่งเอาคืนยาก หากคุณไม่คุม Lot และปล่อยให้ขาดทุนหนัก คุณจะต้องเหนื่อยกว่าเดิมหลายเท่าเพื่อดึงทุนกลับมา

  • ขาดทุน 10% ต้องทำกำไรคืน 11.1%
  • ขาดทุน 20% ต้องทำกำไรคืน 25%
  • ขาดทุน 50% ต้องทำกำไรคืน 100% (ต้องเบิ้ลพอร์ต!)

6. ข้อผิดพลาดที่ทำให้ “พอร์ตแตก” (ห้ามทำเด็ดขาด!)

แม้จะรู้สูตรคำนวณแล้ว แต่นักเทรดจำนวนมากก็ยังล้มเหลวเพราะข้อผิดพลาดเหล่านี้:

  1. ใช้ Lot Size ใหญ่เกินตัว: หวังรวยเร็ว แต่ผิดทางแค่นิดเดียวพอร์ตก็เสียหายหนัก
  2. ไม่ตั้ง Stop Loss: ปล่อยให้ลากจนขาดทุนบานปลาย หรือหวังว่าเดี๋ยวกราฟก็กลับมา
  3. ใช้สูตรตายตัว ไม่ดูหน้างาน: เช่น ออก 0.1 Lot ตลอด โดยไม่ดูว่า Stop Loss ไกลแค่ไหน
  4. Overtrade: เปิดหลายออเดอร์พร้อมกัน โดยลืมดูว่าความเสี่ยงรวมของพอร์ต (Exposure) สูงเกินไปแล้ว
  5. เข้าใจผิดเรื่อง Leverage: คิดว่า Leverage เยอะคือดี แล้วใส่ Lot เต็มแม็กซ์ (Margin เต็ม)

7. บทสรุป: หัวใจของมืออาชีพ

การคำนวณ Lot Size ที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข แต่คือ “วินัย” ที่ช่วยปกป้องบัญชีของคุณในระยะยาว

  • อย่าเทรดด้วยความรู้สึก ให้เทรดด้วยการคำนวณ
  • ยอมแพ้ให้เป็น (Stop Loss) เพื่อรักษาเงินต้นไว้สู้ใหม่
  • เป้าหมายไม่ใช่การชนะทุกครั้ง แต่คือการ “อยู่ในเกมให้นานที่สุด”

เครื่องมือช่วยคำนวณ: คุณไม่จำเป็นต้องกดเครื่องคิดเลขเองทุกครั้ง สามารถใช้แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์อย่าง Myfxbook, Babypips หรือ Lot Size Calculator ของโบรกเกอร์ช่วยคำนวณได้ทันที

“คุณควบคุมทิศทางตลาดไม่ได้ แต่คุณควบคุมขนาด Lot ที่คุณใช้ได้เสมอ”