บทที่ 11 : อารมณ์ที่ฆ่านักเทรด

การเทรดในตลาดการเงินไม่ว่าจะเป็นหุ้น, Forex หรือคริปโต หลายคนมักให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์กราฟหรือตัวเลข แต่ความจริงแล้วสิ่งที่กำหนดผลลัพธ์ได้มากที่สุดคือ “สภาพจิตใจ”

ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปสำรวจ บทที่ 11: อารมณ์ที่ฆ่านักเทรด จากภาคจิตวิทยาการเทรด เพื่อทำความเข้าใจ 4 อารมณ์หลักที่เป็นภัยเงียบแต่รุนแรง พร้อมวิธีรับมือเพื่อให้คุณอยู่รอดในตลาดได้อย่างยั่งยืน


1. ความโลภ (Greed)

“กับดักสีเขียวที่ทำให้พอร์ตพัง”

ความโลภคือความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะได้กำไรมากขึ้นโดยมองข้ามความเสี่ยง เป็นอารมณ์ที่มักเกิดขึ้นตอนเห็นโอกาสทำเงิน หรือตอนที่เพิ่งได้กำไรแล้วอยากได้อีก

พฤติกรรมเมื่อความโลภเข้าครอบงำ

  • Overtrade (เทรดมากเกินไป): กระหายกำไรจนเข้าออเดอร์บ่อยเกินความจำเป็นโดยไม่มีเหตุผล
  • ไม่ยอมล็อกกำไร (Greed limit): เมื่อกราฟถูกทางก็หวังว่าจะไปไกลกว่านี้ (Letting Profits Ride Too Far) จนสุดท้ายราคาวกกลับมาขาดทุน
  • ใช้ Leverage สูงเกินตัว: หวังรวยเร็วโดยไม่เข้าใจความเสี่ยง พอร์ตอาจปลิวได้ในไม่กี่วินาที
  • ภาวะนักพนัน (Gambler’s Mentality): เทรดแบบวัดดวง ยิ่งกำไรยิ่งวางเดิมพันสูงโดยไม่สนแผนการ

ทำไมเราถึงโลภ?

  • สัญชาตญาณ: มนุษย์ต้องการทรัพยากรเพื่อความอยู่รอด
  • สารเคมีในสมอง: เมื่อได้กำไร สมองจะหลั่งโดปามีน (สารแห่งความสุข) ทำให้อยากไล่ล่าความรู้สึกนั้นอีก
  • สื่อและ FOMO: เห็นข่าวคนรวยเร็ว หรือหุ้นปั่น ก็กลัวตกรถ (Fear of Missing Out) จนรีบซื้อตาม

วิธีจัดการความโลภ

  • วางแผนให้ชัด: ตั้งจุดทำกำไร (Take Profit) และตัดขาดทุน (Stop Loss) ก่อนเปิดออเดอร์เสมอ
  • ทำตามวินัย: พอใจในกำไรตามแผน อย่าเลื่อนเป้าหมายมั่วซั่ว
  • จดบันทึก (Trading Journal): เช็กตัวเองทุกวันว่าออเดอร์นี้เข้าเพราะแผน หรือเพราะโลภ

2. ความกลัว (Fear)

“ศัตรูที่กัดกร่อนโอกาสและการตัดสินใจ”

ความกลัวเป็นสัญชาตญาณเอาตัวรอด แต่ในการเทรด มันคือตัวขัดขวางความสำเร็จ โดยมักมาในรูปแบบของความกลัวขาดทุน กลัวผิด หรือกลัวตกรถ

ผลกระทบของความกลัว

  • ลังเลไม่กล้าเข้า: แม้ระบบส่งสัญญาณมาแล้ว แต่กลัวเจ็บเลยไม่กล้ากด
  • ขายหมู: รีบปิดทำกำไรเร็วเกินไปเพราะกลัวกราฟย้อนกลับ ทำให้ได้กำไรน้อยนิด
  • ลดขนาด Lot จนไม่คุ้ม: กลัวความเสี่ยงจนเทรดเล็กเกินไป ไม่คุ้มกับเวลาที่เสีย
  • FOMO (Fear of Missing Out): ความกลัวรูปแบบพิเศษ คือ “กลัวพลาดโอกาส” ทำให้รีบไล่ราคาตามกราฟที่พุ่งสูง จนมักไปติดดอย

วิธีจัดการความกลัว

  • ยอมรับความจริง: ท่องไว้ว่า “การขาดทุนคือส่วนหนึ่งของเกม” ไม่มีใครชนะ 100%
  • เทรดให้เล็กลง: หากกลัวมาก ให้ลดขนาด Lot Size จนกว่าจะรู้สึกสบายใจ
  • เชื่อในแผน (Trading Plan): แผนที่วางมาดีแล้วจะเป็นเข็มทิศช่วยลดความตื่นตระหนก
  • ฝึกสมาธิ: รู้ทันอารมณ์ตัวเองก่อนที่ความกลัวจะสั่งให้มือลั่น

3. ความแค้นตลาด (Revenge Trade)

“การแก้แค้นที่นำไปสู่หายนะ”

นี่คือกุญแจสู่ความพินาศที่เร็วที่สุด คือการพยายาม “เอาคืน” ตลาดทันทีหลังจากขาดทุนหนัก โดยใช้อารมณ์โกรธและอัตตา (Ego) นำทาง

สัญญาณอันตรายของการแก้แค้น

  • รีบเปิดไม้แก้ทันที: ขาดทุนปุ๊บ เข้าใหม่ปั๊บ โดยไม่ดูเลยว่ากราฟเป็นอย่างไร
  • เพิ่ม Lot หนักกว่าเดิม: กะว่าไม้เดียวจะได้ทุนคืนทั้งหมด
  • โทษตลาด: ไม่ยอมรับความผิดพลาดของตัวเอง คิดว่ากราฟแกล้งเรา
  • หัวร้อน: รู้สึกโกรธ โมโห อยากเอาชนะ

วิธีดับไฟแค้น

  • หยุดพักทันที (Take a break): กฎเหล็กคือ ถ้าหัวร้อน ให้ลุกจากหน้าจอ ไปทำให้อารมณ์เย็นลง
  • ยอมรับความพ่ายแพ้: มองการขาดทุนเป็น “ค่าเล่าเรียน” ไม่ใช่เรื่องน่าอาย
  • ตั้งกฎหยุดเทรด: เช่น ถ้าขาดทุนติดกัน 3 ครั้ง หรือ Port ลดลง 10% ให้หยุดเทรดวันนั้นทันที

4. การเทรดมากเกินไป (Overtrade)

“ขยันผิดที่…มีแต่เสียกับเสีย”

Overtrade คือการเสพติดการส่งคำสั่งซื้อขายมากเกินความจำเป็น หรือใช้ Position Size ใหญ่เกินตัว ซึ่งมักเกิดจากความโลภ ความเบื่อ หรือความกลัว

สัญญาณว่าคุณกำลัง Overtrade

  • เฝ้าจอไม่ห่าง: รู้สึกต้องกดเทรดตลอดเวลา ทนเห็นพอร์ตว่างไม่ได้
  • เทรดไร้แผน: เข้าออเดอร์มั่วซั่วตามอารมณ์ มากกว่าทำตามระบบ
  • เครียดสะสม: สุขภาพจิตเสีย วิตกกังวลตลอดเวลา
  • พอร์ตไม่โต: ยิ่งเทรดเยอะ ยิ่งผิดพลาดเยอะ และเสียค่าธรรมเนียมบานเบอะ

วิธีแก้โรค Overtrade

  • จำกัดจำนวนไม้: กำหนดไปเลยว่าวันหนึ่งจะเทรดไม่เกินกี่ไม้
  • เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ: รอจังหวะที่ “ใช่” จริงๆ ค่อยเข้า (Sniper mindset)
  • หากิจกรรมอื่นทำ: อย่าให้กราฟเป็นทั้งหมดของชีวิต
  • หยุดเมื่อเสีย: ใช้กฎ Cooling-off เพื่อป้องกันไม่ให้ความเสียหายบานปลาย

บทสรุปส่งท้าย

“ตลาดไม่ได้แคร์ว่าคุณจะรู้สึกอย่างไร” ความสำเร็จในการเทรดไม่ได้วัดกันที่ใครมีเทคนิคเทพที่สุด แต่วัดกันที่ใคร “ควบคุมอารมณ์” ได้ดีที่สุด

นักเทรดมืออาชีพไม่ใช่คนที่ไร้ความรู้สึก แต่คือคนที่รู้ทัน ความโลภ ความกลัว ความแค้น และความฟุ้งซ่าน แล้วจัดการมันให้อยู่หมัดด้วย วินัย และ แผนการเทรด

จำไว้เสมอว่า… จงเทรดด้วยเหตุผล อย่าเทรดด้วยอารมณ์ แล้วตลาดจะเป็นโอกาส ไม่ใช่กับดักสำหรับคุณ