บทที่ 8 : Price Action สำหรับนักเทรดจริง

ในโลกของการเทรด สิ่งหนึ่งที่แยก “มือสมัครเล่น” ออกจาก “มืออาชีพ” คือความสามารถในการอ่าน “ภาษาของตลาด” หรือที่เราเรียกกันว่า Price Action

Price Action คือการทำความเข้าใจว่าผู้ซื้อและผู้ขายกำลังคิดและทำอะไรอยู่ ณ จุดนั้น โดยไม่ต้องพึ่งพา Indicator รกหน้าจอ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึก 4 หัวใจสำคัญของ Price Action ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า “เรียบง่าย แต่ทรงพลัง” ที่สุด


1. สัญญาณทองแห่งการกลับตัว: Pin Bar & Engulfing

สองรูปแบบแท่งเทียนยอดนิยมที่เปรียบเสมือน “เข็มทิศ” บอกจุดกลับตัวของราคา

📌 Pin Bar (พินบาร์)

ชื่อเต็มคือ “Pinocchio Bar” สื่อถึงการโกหกหรือการปฏิเสธราคา

  • ลักษณะ: มีเนื้อเทียน (Body) เล็ก และมีไส้เทียน (Tail/Wick) ยาวมาก (อย่างน้อย 2 เท่าของเนื้อเทียน) โดยไส้จะยื่นไปด้านใดด้านหนึ่งชัดเจน
  • ความหมาย: ตลาดพยายามดันราคาไปทางนั้นแต่ถูก “ปฏิเสธ” อย่างรุนแรง
  • ประเภท:
    • Bullish Pin Bar: ไส้ยาวลงล่าง = ตลาดทุบไม่ลง มีแรงซื้อสวน (สัญญาณขาขึ้น)
    • Bearish Pin Bar: ไส้ยาวขึ้นบน = ตลาดดันไม่ขึ้น มีแรงขายตบกลับ (สัญญาณขาลง)
  • จุดเข้าเทรด: เข้าเมื่อราคาทะลุ High (ขาขึ้น) หรือ Low (ขาลง) ของแท่ง Pin Bar โดยวาง Stop Loss ไว้หลังปลายไส้เทียน

🌑 Engulfing Pattern (แท่งเทียนกลืนกิน)

รูปแบบที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจอย่างรุนแรง

  • ลักษณะ: ประกอบด้วย 2 แท่ง แท่งที่สองต้องมีขนาดใหญ่และ “กลืนกิน” แท่งแรกได้ทั้งแท่ง
  • ประเภท:
    • Bullish Engulfing: แท่งแรกแดงเล็ก แท่งสองเขียวใหญ่ (ปิดเหนือแท่งแรก) = แรงซื้อชนะขาด
    • Bearish Engulfing: แท่งแรกเขียวเล็ก แท่งสองแดงใหญ่ (ปิดต่ำกว่าแท่งแรก) = แรงขายทุบยับ
  • เทคนิคเพิ่มความแม่นยำ: ยิ่งแท่งสองใหญ่ หรือเกิดบนแนวรับ/แนวต้านสำคัญ ยิ่งน่าเชื่อถือ ใช้ได้ดีใน Timeframe ใหญ่ (H1, H4, Daily)

2. Inside Bar: การพักตัวก่อนระเบิดพลัง

หาก Pin Bar คือการกลับตัว Inside Bar ก็คือ “การสะสมพลัง”

🔍 Inside Bar คืออะไร?

คือแท่งเทียนลูกที่ซ่อนอยู่ภายในกรอบ High และ Low ของแท่งแม่ (Mother Bar) ก่อนหน้า

  • จิตวิทยาตลาด: แสดงถึงความลังเล (Indecision) หรือวาฬกำลัง “ซุ่มสะสมของ” ตลาดอยู่ในภาวะสมดุลระหว่างแรงซื้อและขาย

ประเภทของ Inside Bar

  1. Standard: แท่งเดียวซ่อนอยู่ เหมาะกับการเทรดตามเทรนด์
  2. Multi-Bar: มีลูกซ่อนอยู่หลายแท่ง ยิ่งซ่อนนาน เวลาเบรกจะยิ่งรุนแรง
  3. Fakey: มีการหลอก Breakout ไปทางหนึ่งแล้ววกกลับ เป็นสัญญาณกลับตัวที่ทรงพลัง

🛠 กลยุทธ์การเทรด

  • เทรดตามน้ำ (Trend): ขาขึ้นรอ Break High ของแท่งแม่ / ขาลงรอ Break Low ของแท่งแม่
  • จุดเข้า: ตั้ง Pending Order (Buy Stop / Sell Stop) ที่ขอบของแท่งแม่
  • ข้อควรระวัง: ห้ามใช้ตอนตลาด Sideway เพราะจะโดนหลอกง่าย

3. Fake Breakout: กับดักที่รายย่อยต้องระวัง

เคยไหม? เห็นราคาทะลุแนวต้าน รีบกด Buy ตาม แล้วราคาก็ร่วงใส่หน้าทันที… ยินดีด้วย คุณเจอ “Fake Breakout” เข้าให้แล้ว

⚠️ Fake Breakout คืออะไร?

คือการที่ราคาทะลุแนวรับ/ต้านไปเพียงชั่วคราว เพื่อหลอกล่อให้คนตาม (FOMO) แล้วเจ้ามือก็เทสวนทาง หรือที่เรียกว่า “สับขาหลอก” (Bull Trap / Bear Trap)

วิธีสังเกตและรับมือ

  1. รอปิดแท่ง (Confirmation): อย่าเพิ่งเข้าทันทีที่ราคาแหย่ทะลุ ให้รอดูว่าจบแท่งแล้วยืนได้จริงไหม
  2. ดู Volume: ถ้าเบรกแนวต้านแต่ Volume น้อย ผิดปกติ น่าจะเป็นของปลอม
  3. กับดักคือโอกาส: หากเจอ Fake Breakout (เช่น ทะลุขึ้นแล้วทิ้งไส้ยาวกลับลงมา) ให้พิจารณาเทรด “สวน” กลับลงมา เพราะนั่นคือสัญญาณว่าฝั่งที่พยายามเบรกหมดแรงแล้ว

4. แก่นแท้: อ่าน “พฤติกรรม” มากกว่า “รูปทรง”

บทสุดท้ายที่สำคัญที่สุด คือการเลิกท่องจำรูปทรงแท่งเทียนแบบนกแก้วนกขุนทอง แล้วหันมาอ่าน “เจตนาของตลาด” (Intent)

🧠 ความแตกต่างที่มืออาชีพมองเห็น

  • มือใหม่: เห็น Hammer = กด Buy ทันที
  • มืออาชีพ: เห็น Hammer ที่แนวรับ หลังจากตลาดเทขายหนัก และแท่งถัดไปเริ่มมีแรงซื้อยืนยัน = โอกาสที่ผู้ซื้อเริ่มกลับมาครองตลาด

หลักการอ่านบริบท (Context)

  • อย่าดูแท่งเดียว: ให้ดูเป็นกลุ่มก้อน (Price Structure) ว่าโมเมนตัมกำลังไปทางไหน
  • สถานที่เกิดเหตุสำคัญที่สุด: Pin Bar ที่เกิดขึ้นกลางอากาศไม่มีความหมายเท่ากับ Pin Bar ที่เกิดบนแนวรับแข็งแกร่ง
  • ดูความต่อเนื่อง: แท่งเทียนบอกว่ามีแรงซื้อ แต่ถ้าแท่งถัดไปไม่มีแรงส่ง (Follow through) สัญญาณนั้นก็อาจล้มเหลว

💡 บทสรุปส่งท้าย

“กราฟไม่เคยโกหก แต่เรามักตีความมันผิดเอง”

Price Action ไม่ใช่สูตรวิเศษที่แม่น 100% แต่เป็น “ภาษา” ที่ช่วยให้เราเข้าใจว่าตลาดกำลังจะบอกอะไร การใช้ Pin Bar, Engulfing, Inside Bar หรือการอ่าน Fake Breakout จะทรงประสิทธิภาพที่สุดเมื่อคุณ:

  1. ใช้วิเคราะห์ร่วมกับโครงสร้างราคา (Trend & Support/Resistance)
  2. รอสัญญาณยืนยัน ไม่รีบร้อน
  3. มีการจัดการความเสี่ยง (Money Management) ที่ดี

จงฟังเสียงตลาดผ่านแท่งเทียน แล้วคุณจะเทรดได้อย่างมั่นใจและเฉียบคมขึ้นครับ!