forex

เทรด Forex ทุนเริ่มต้น เท่าไหร่ดี

คำถามของมือใหม่ส่วนใหญ่มักถามว่า เล่น forex เล่นยังไง ,การเทรด ฟอเร็กซ์ หรือการลงทุนซื้อ-ขายค่าเงิน รวมทั้งผลิตภัณฑ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ทอง น้ำมัน โลหะ หรือดัชนีต่างๆ ที่โบรกเกอร์ชัพพอร์ต สำหรับมือใหม่ ที่อยากเทรด ฟอเร็กซ์ แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ความรู้เกี่ยวกับ ฟอเร็กซ์ เบื้องต้นมีอะไรบ้างมีงบอยู่ อยากเป็นเทรดเดอร์ แต่ก็ยังไม่กล้า เพราะยังไม่มีความรู้ ไม่มีประสบการณ์ หรือบางท่านอาจจะเคยได้ยินมาว่า มันคือการพนัน เลยไม่กล้า เพราะกลัวความหายนะ

การที่ท่านไม่รู้ แล้วกลัว ไม่กล้าลงทุนนั้นคือสิ่งที่ถูกต้องแล้วครับ เพราะการเทรดที่ไม่มีความรู้ ไม่มีพื้นฐาน ไม่มีข้อมูล ไม่มีเทคนิคอะไร นั้นก็ไม่ต่างกับการพนัน อย่างเช่น การซื้อหวยหรือแทงบอล โอกาสจะได้หรือเสียครึ่งต่อครึ่ง

เทรดฟอเร็กซ์ใช่การพนันไหม  มันต่างกันอย่างไร ?

คำถามนี้ตอบไม่ยากครับ เพราะขึ้นอยู่ที่ตัวบุคคล เพราะความเสี่ยงมันใกล้เคียงหรือเหมือนกัน การเทรด ฟอเร็กซ์ มีความแตกต่าง (ไม่ใช่) การพนันเพราะ เป็นการลงทุนเก็งกำไร ที่สามารถควบคุมความเสี่ยงได้ ความแตกต่างระหว่าง  เก็งกำไรฟอเร็กซ์ กับการพนัน คือ

การพนัน คือการตัดสินใจโดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้อะไรมากมาย ความเสี่ยงที่จะได้หรือเสีย ขึ้นอยู่กับดวงเป็นหลัก ไม่ต้องใช่ความสามารถอะไร!! แต่การเก็งกำไร (เทรด) ในตลาดฟอร์เร็กซ์ มันต้องใช้ปัจจัยหลายๆ อย่างเชื่อมโยงกัน โอกาสได้หรือเสีย กำไรหรือขาดทุน ขึ้นอยู่กับความรู้ และความสามารถของคุณ ว่าคุณรู้มากรู้น้อยแค่ไหน มองเห็นความเป็นไปของตลาด ถูกต้องหรือเปล่า  มีทักษะแค่ไหน รู้จักการวิเคราะห์ตลาดไหม ได้ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ที่มันมีผลหรือไม่ มีการบริหารหน้าตักหรือการจัดทางการเงินที่ดีไหม ความชำนาญในการวิเคราะห์แนวโน้มตลาดแม่นยำแค่ไหน การลงทุนในผลิตภัณฑ์ของฟอร์เร็กซ์ มีความเสี่ยงที่ต่ำกว่าการพนันในแง่ราคาของตลาดมันมีทิศทางให้เห็น และก็เป็นไปตามภาวะของเศรษฐกิจโดยรวมของโลก ความผันผวนของตลาด จะขึ้นอยู่กับข่าว และการประกาศเหตุการณ์ที่สำคัญๆ ต่างๆ  ร่วมด้วย จากเหตุผลที่กล่าวมา (เฉพาะบางส่วน) จะเห็นว่า มันคือความเหมือนที่แตกต่างกันอย่างลิบลิ้ว
ฉะนั้นก็ธรรมดาแหละครับ ก่อนที่จะลงทุนอะไร หรือจะเชื่อใคร ก่อนอื่นเราต้องศึกษาหาความรู้ให้ดีๆ หาข้อมูลให้เพียงพอ แล้วค่อยตัดสินใจลงทุนครับ

วิธีเล่น forex เล่น ยังไง?

คลิกอ่านเนื้อหาตามลำดับ 3 ขั้นตอน ดังนี้

  1. ศึกษาค้นคว้าเรียนรู้ข้อมูลพื้นฐานในตลาด ฟอเร็กซ์

Continue reading

แนวรับ แนวต้าน คืออะไร ?

การเทรด Forex มักจะเล่นกันสั้นๆ ซะเป็นส่วนใหญ่ ปกติก็จะเป็น Day trade เน้นเทรด วันต่อวัน มาจนถึงช่วงไม่กี่ชั่วโมง  จะไม่นิยมถือยาว ถ้าไม่มั่นใจจริงๆ หรือเชื่อว่าถูกทางแน่นอนหากถือไว้นาน(กล้าเสี่ยงตาย) เพราะหากคุณไปผิดทางแล้ว มาร์จินที่มีอยู่ก็จะโดนกินไปเรื่อยๆ ถูกดูดซับไปจนหมด แล้วก็โดนล้างพอร์ต(หมดตูด) แน่นอนถ้าไม่เช็ท Stop loss ไว้

สำหรับบทความนี้จะมาเน้นที่ การใช้ แนวรับ แนวต้าน ว่ามีวิธีการดูและใช้กันยังไง? ตีเส้นแบบไหน? ในรูปแบบฉบับย่อ สั้นๆ กระทัดรัด เข้าใจง่ายๆ แต่ Get ประมาณนั่น นะครับ แนวรับ แนวต้าน มีวิธีจำง่ายๆ ในการใช้ ก็คือ

  • แนวรับ Support (ด้านล่าง) = มีไว้ซื้อ ควรเล่นในกรอบ, กำหนดจุดเข้าออเดอร์เป็นช่วง และออกไม้แบบเฉลี่ย
  • แนวต้าน Resistance (ด้านบน) = มีไว้ขาย ควรเล่นในกรอบ, กำหนดจุดเข้าออเดอร์เป็นช่วง และออกไม้แบบเฉลี่ย

ตัวอย่างการหาจุดเข้าออเดอร์จากแนวรับแนวต้าน 

 ในการหาแนวรับหรือแนวต้านนั้น ปกติเราสามารถหาได้จากหลายรูปแบบ เช่น จากอินดี่ Fibonacci, จากเส้น MA, หรือจาก ichimoku ฯล ในตัวอย่างนี้ จะอาศัยเส้นคู่ขนานจากเทรนด์ไลน์ขาลง  และเส้นแนวรับแนวต้านจาก สวิงไฮกับสวิงโลว์ (Swing High, swing Low) โดยใช้หลักของ Dow Theory มาช่วยคัดกรอง

แนวรับ แนวต้าน คืออะไร

มีวิธีการตีเส้นยังไง?

การตีเส้น ก็ไม่เฉพาะเจาะจง ตีได้หลายรูปแบบ แล้วแต่เราถนัดครับ ขอให้ไม่ผิดเพี้ยน จนเกินไป เป็นใช้ได้ครับ

ไม่อยากล้างพอร์ต วางแผนเทรดอย่างไร

เราต่างก็เข้าใจกันดีว่าตลาด Forex นั้นเปิด ตลอด 24 ชั่วโมงใน 5 วันทำการคือช่วงเวลา ประมาณ 04:00 น. เช้าวันจันทร์ ถึง 04:00 น. ของเช้าวันเสาร์นั่นเอง Forex-Market-Hours-Talad-forex

บางท่านอาจจะมีการวางแผนบัญชีทางการเงินที่รอบครอบมากๆ อย่างเช่นมีการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย ประจำวันอย่างดี ประมาณว่า ในแต่ล่ะวัน จะมีค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าขนมหรือกาแฟ ฯลฯ วันล่ะไม่เกินเท่านั้น เท่านี้ ประมาณนี้ และมีอีกส่วนหนึ่งที่เป็นเงินเย็น อยากจะเอาไปลงทุนในตลาด Forex แต่ยังไม่รู้ว่าจะวางแผนการลงทุน หรือบริหารพอร์ตอย่างไร เพื่อจะได้ไม่ให้เสี่ยงจนเกินไป สามารถอยู่ตลาดได้นานๆ เซฟๆ และปลอดภัยที่สุด? ประมาณนี้ Continue reading

ช่องทางหาเงินจากการ เทรด forex

จากการที่ได้ค้นคว้า ศึกษาหาช่องทางการลงทุน  มานานอยู่หมือนกัน ก่อนหน้านี้ล่าสุดสิ่งที่ผมสนใจและได้ตัดสินใจลงทุนนั่นก็คือหุ้น และเมื่อได้อยู่ในตลาดหุ้นมาพอสมควร ผมก็ได้มารู้จักกับ ตลาด Forex และผมก็ได้ลงมือเทรด เก็บเกี่ยวประสบการณ์ อยู่ในวงการ มานานกว่า 5 ปี

ซึ่งแรกๆก็ล้มลุกคลุกคลาน เจ็บปวด แสบ สาหัสสากัน เหมือนกัน เพราะโดนล้างพอร์ตเป็นว่าเล่น นับจำนวนครั้งไม่ถ้วน จนหมดหวัง วางมือ ว่าจะไม่มายุ่งกับมันอีกแล้ว เพราะตลาดมันโหดเกิน เทรดไปก็มีแต่เสีย ทุนหายกำไรเกลี้ยงตั๊บประมาณนี้ แต่เนื่องจากผมเป็นคนที่ไม่ค่อยยอมแพ้อะไรง่ายๆ จึงตัดสินใจ กลับคืนเข้าสู่วงการอีกที มารอบนี้ ผมได้แอคทีฟตัวเองเพิ่มขึ้น โดยการศึกษา เทคนิค หรือกลยุทธ์ ต่างๆในการเทรดอย่างระมัดระวัง พยายามอัพเดทข้อมูลข่าวสารต่างๆ ให้มาก และเร็วที่สุด หัดใช้อินดิเคเตอร์ต่างๆที่มีอยู่ใน MT4 มาช่วยวิเคราะห์ ดูทิศทางของตลาด เพื่อยืนยัน การตัดสินใจเลือกจุดเข้าเทรดอย่างมีเหตุผล แล้วประเมินผลงานเป็นระยะๆ เพื่อสรุปหาข้อบกพร่อง ว่าจุดไหนที่เราผิดพลาดไป เราควรต้องแก้ไขอย่างไร ไม่ให้เกิดขึ้นอีก ผมเน้นที่ความอดทน และรู้จักรอคอย อย่าโลภ อย่าด่วนสรุป แล้วต้องควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ได้  และหลังจากที่ผมได้อยู่กับตลาดมาจนเกือบจะสองปี ทุกอย่างเริ่มดีขึ้น อาศัยความรู้และประสบการณ์ จากความผิดพลาดมาเป็นครู เน้นพัฒนาตัวเองสม่ำเสมอ สิ่งเหล่านี้มันบ่มเพราะผม จนทุกวันนี้ ผมกล้าพูดได้อย่างเต็มปาก ด้วยความภาคภูมิใจว่า ผมอยู่กับตลาด Forex อย่างมีความสุข และผมก็อยู่กับมันอย่างมีกำไรยั่งยืนครับ

ตัวอย่าง รายได้จากการถอนกำไรที่เทรด(หน่วย $)

กำไรการเทรด forex

เล่นสาธยายมาชะนาน ไปที่ประเด็นสำคัญเลยดีกว่า สิ่งที่ผมกำลังพูดถึง หรือได้เกริ่นไว้ก่อนหน้า ก็คือ การลงทุนเก็งกำไรค่าเงิน หรือการเทรดคู่สกุลค่าเงินต่างๆ ในตลาด Forex นั่นเอง

สำหรับท่านใดที่สนใจ แต่ยังมีมุมมองที่ไม่ค่อยดีกับ Forex แนะนำให้อ่าน Forex กับความเข้าใจผิดๆของคนไทย

ส่วนท่านใดที่สนใจ อยากศึกษาการลงทุนในด้านนี้ แล้วจะเริ่มต้นยังไง ผมขอสรุปรายละเอียดความพร้อมอย่างคร่าวๆ ดังนี้คร้ับ

ข้อมูลพื้นฐานตลาด Forex (forex คืออะไร ?)

Forex ย่อมาจากคำว่า Foreign Exchange Market มีความหมายคือ ตลาดการซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินตราต่างประเทศ ซึ่งมีคำอื่นๆที่ใช้เรียกแทนกันได้คือ FX, Spot market, Retail forex

forex-in-thai

 

Forex  เป็นตลาดทางการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีมูลค่าการซื้อ-ขาย = $5,000,000,000,000 หรือห้าล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐต่อวันทีเลยทีเดียว  และเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดของนิวยอร์ค (New york Stock Exchange) ซึ่งมูลค่าซื่อขายในแต่ล่ะวันมีเพียง $25,000,000,000 หรือสองหมื่นห้าพันล้านดอลล่าร์สหรัฐเท่านั้น และหากคำนวณแล้วตลาด Forex ก็ใหญ่กว่าตลาดหุ้นและตลาด TFEX (ทีเฟก) หรือ Futueres (ฟิวเจอร์) ร่วมกัน มากกว่า 3 เท่า ฉนั้นมันจึงเป็นตลาดที่ใหญ่เอามากๆ ครับ

ประวัติ Forex อย่างละเอียด แนะนำอ่านเพิ่มเติมจากลิงค์

 รูปแบบของตลาด Forex ?

ตลาด Forex เป็นยังไง ซื้อ-ขายอะไร?

ตลาด Forex หรือตลาดซื้อขายอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ถ้าจะเรียกสั้นๆ ก็คือตลาดซื้อขายค่าเงินนั่นเอง การลงทุนในตลาดฟอร์เร็กซ์ จะอยู่ในรูปแบบการซื้อ-ขาย(เทรด)ในคู่สกุลเงิน (Currency Pair) กำไรหรือขาดทุนขึ้นอยู่กับส่วนต่างของค่าสกุลเงินที่กำลัง Match กันอยู่ ณ ขณะนั้น ปกติในแพลตฟอร์มของโบรกเกอร์ Forex เราสามารถซื้อขายผลิตภัณฑ์อื่นๆได้ด้วย ตามที่โบรกเกอร์ชัพพอร์ต ไม่ใช่มีเพียงค่สกุลเงินอย่างเดียว เช่น เราสามารถเทรด โลหะ พลังงาน ดัชนี หรือตราสารต่างๆ ฯลฯ ได้ด้วย

forexinthai

ใช้สกุลเงินอะไรในการเทรด? 

สำหรับสกุลเงินที่เทรดกันเป็นส่วนใหญ่ก็คือ

  • ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD)
  • ยูโร (EUR)
  • ปอนด์ (GBP)
  • เยน (JPY)
  • ดอลลาร์แคนาดา (CAD)
  • สวิสฟรังก์(CHF)
  • ดอลลาร์ออสเตรเลีย (AUD)
  • ดอลล่าร์นิวซีแลนด์ (NZD)

ตลาด Forex เปิด/ปิดตอนไหน?

ตลาด Forex เปิดทำการซื้อ-ขาย ตลอด 24 ช.ม.ในวันจันทร์-ศุกร์ หยุดวันเสาร์-อาทิตย์ ตลาดฟอเร็กซ์เป็นแหล่งลงทุนที่ทำการซื้อ-ขาย(เทรด) ผ่านเครือข่ายสัญญาณอีเลคทรอนิคส์ (Interbank) ที่เชื่อมต่อกับทุกๆธนาคารทั่วโลกตารางเปิด-ปิด ในตลาด forexไม่มีศูนย์กลาง หรือสำนักงานใหญ่โดยตรงเหมือนตลาดหุ้น ตลาดจัดอยู่ในประเภท OCT หรือ Over the Counter ตลาดหลักใหญ่ๆ มีอยู่ 3 แห่งคือตลาดนิวยอร์ก ตลาดลอนดอน และตลาดโตเกียวตามลำดับ ถ้าเทียบเวลา เปิด-ปิด กับบ้านเราโดยประมาณ เวลาเปิด/ปิดทำการของตลาด Forex เทียบเวลาไทย คือ

  • ตลาดออสเตรเลีย (AUD) เวลา 5:00 – 13:00 น.
  • ตลาดญี่ปุ่น (JPY) เวลา 7:00 – 14:00 น.
  • ตลาดยุโรป (EUR) เวลา 13:00 – 21:00 น.
  • ตลาดสวิส (CHF) เวลา 13:00 – 21:00 น.
  • ตลาดอังกฤษ (GBP) เวลา 14:00 – 22:00 น.
  • ตลาดอเมริกา (USD) เวลา 19.00 – 3:00 น.
    (ในช่วงหน้าหนาวเวลาของเมืองไทยเวลาจะเร็วขึ้นอีกประมาณ 1 ชั่วโมง)

รูปแบบการลงทุนเป็นยังไง?

รูปแบบการลงทุน ก็คือการเก็งกำไร ซื้อหรือขายค่าเงิน ที่เป็นคู่ ในขณะที่เรากำลังขายก็เท่ากับเรากำลังซื้อโดยปริยาย กรณีซื้อก็เช่นกัน ในการซื้อ-ขาย ค่าเงินจะต้องผ่านตัวกลาง นั่นก็คือ โบรกเกอร์ซึ่งเป็นนายหน้า เขาได้ค่าบริการที่เรียกว่า Sprads จากคู่สกุลเงินที่เรากำลังเทรด ซึ่งค่าสเปรดในคู่สกุล หลักๆที่ซื้อขายกันนั้นน้อยมากครับ แนะนำให้อ่าน forex ทำเงินได้อย่างไร

ตัวอย่างการเทรด forex ด้วยแพลตฟอร์ม MT4

ตัวอย่าง หน้าจอ mt4 โปรแกรมเทรด forex

ขอยกตัวอย่างเพื่อจะได้เห็นภาพการลงทุนที่ชัดเจนนะครับ

สมมุติว่านายจิ่มมี่ได้ซื้อคู่เงิน GBPUSD ไว้ที่ 10,000 ปอนด์ ในอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1.75 (1 ปอนด์ = 1.75 ดอลล่าร์สหรัฐ) เพราะเชื่อว่าต่อไปค่าเงินปอนด์จะเเข็งค่าขึ้น  หลังจากนั้นผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นจริงๆ อยู่ที่ 1.85 (1 ปอนด์ = 1.85 ดอลล่าร์สหรัฐ) จิมมี่พอใจกับกำไรที่ได้เท่านี้ เขาจึงตัดสินใจ ขายเงินปอนด์แลกดอลล่าร์คืนในอัตราดังกล่าว (ปิดออเดอร์ Buy) ผลที่ได้คือ จิ่มมี่ได้กำไร $1000 ($18,500-$175,00) ขอให้ดูภาพด้านล่างประกอบครับ

ตัวอย่างการเก็งกำไรค่าเงินในตลาด forex

 

 

ข่าว Non Farm นอนฟาร์ม คืออะไร สำคัญยังไง

สำหรับนักลงทุนทุกๆท่าน หวังว่าคงไม่ได้เข้าใจผิดว่า นอนฟาร์ม นั้นเป็นข่าวเกี่ยวกับการไปนอนในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ต่างๆ นะครับ (แซวเล่นเอาแค่ขำๆ) นอนฟาร์มในที่นี้หมายถึง ข่าวรายงานการจ้างงานต่างๆที่ไม่รวมกับอุตสาหกรรมรมภาคการเกษตรของสหรัฐ  พูดง่ายๆก็คือข่าวที่รายงานตัวเลขการจ้างคนงานสหรัฐในธุรกิจต่างๆ ที่ไม่ใช่อุตสาหกรรมรมภาคการเกษตรนั่นเอง แต่ต้องเข้าใจปลีกย่อยอีกนิดหน่อยคือ ตัวเลข Non-farm Payrolls ที่แจ้งออกมาในทุกวันศุกร์แรกของทุกๆเดือนนั้น ถือว่าเป็นเพียงผลสำรวจขั้นต้นเท่านั้น  ยังไม่ใช่เป็นตัวเลขที่เป็นอย่างทางการ ตามวันที่ และเวลาที่รายงานดังกล่าว เนื่องจากการสำรวจของ Establishment Survey  ยังไม่สมบูรณ์ ส่วนตัวเลขอย่างเป็นทางการนั้น ให้ยึดเอาจากตัวเลขผลการรายงานในอีก 2 เดือนถัดไป เช่นข่าวรายงานตัวเลข นอน-ฟาร์ม ของเดือน มีนาคม 2559 จะประกาศในวันศุกร์ที่ 1 เมษายน 2559 เวลาประมาณ 19:30 น. ตัวเลขนี้ถือเป็นเพียงรายงานขั้นต้น  ส่วนตัวเลขที่เป็นอย่างทางการ นั่นก็คือ ตัวเลขที่ออกมาในอีก 2 เดือนถัดไปก็คือ วันศุกร์ที่ 3 มิ.ย. 2559 นั่นเอง

ตาราง รายละเอียด ข่าว Non-farm

Nonfarm-Payrolls-Nonfarm-Employment-Change-NFP

ตัวอย่างข่าว Non-farm Payrolls จากเว็บ Forexfactory

Non-farm-Payrolls-on-Friday-April-1-2016

ข้อดีและข้อเสียจากการเทรดช่วงข่าว Non-farm

ข้อดี 
  • สามารถทำกำไรช่วงเวลาสั้นๆ (จากเสี้ยวนาทีจนถึงวินาที)
  • กราฟวิ่งแรง มีการสวิงตัวสูง ส่งผลให้ pip เคลื่อนที่ในจำนวนมาก หากเทรดถูกทางสามารถทำกำไรได้มหาศาล
  • เหมาะกับนักลงทุนที่เน้นทำกำไรระยะสั้นๆ ของช่วงข่าวเวลา Non-farm
  • เป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนผู้ที่ไม่มีเวลาเลย หรือมีเวลาน้อยมากๆ คือเน้นเทรดแค่วันที่มีข่าว Non-farm ซึ่งมีเดือนล่ะครั้งเท่านั้น
  • ถือเป็นช่วงเวลาอันโปรดปราน ในการทำกำไรของนักเทรดมือฉมังระดับเทพ

ข้อเสีย

  • บางโบรกเกอร์ ในบางบัญชี มีการถ่างค่าสเปรดสูง เช่น มีการถ่างค่าสเปรดจาก 30 – 100 pip เป็นต้น
  • บางโบรกเกอร์ ในบางบัญชี ระบบมี Requote บ่อยและถี่
  • จากกราฟที่มีการสวิงตัวสูง หากไม่เป็นไปตามเป้า อาจทำให้ทุนหดหายอย่างรวดเร็ว 
  • มีความเสี่ยงสูง(มาก) อาจทำให้โดนล้างพอร์ตได้โดยง่าย 
  • การเทรดในช่วงเวลานี้ ต้องมีความชำนาญในการใช้แฟลตฟรอม รวมทั้งการตัดสินใจที่รวดเร็ว เพราะต้องเปิด-ปิดออเดอร์ให้ทันเวลา
  • บางข่าวที่ตัวเลขออกมาดี แต่ตลาดอาจสวนทาง เพราะมีปัจจัยอื่นๆมาเกี่ยวข้อง
  • ยังไม่เหมาะกับนักเทรดมือใหม่ 
 

สำหรับการเทรดในช่วงเวลาที่มีข่าว นอน-ฟาร์ม (Non-farm) มีทั้งข้อดีและข้อเสีย หากตัดสินใจเลือกที่จะเทรดในช่วงเวลาดังกล่าว ปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ นั่นก็คือการเลือกโบรกเกอร์ที่มีServerเสถียร และเลือกใช้บัญชีที่มีความเหมาะสม เพราะในช่วงเวลาเทรดที่มีออเดอร์เข้ามาจำนวนมากๆเช่นนั้น ความเสถียรของ Server และค่าสเปรดที่คงที่แน่นอน(ไม่ถ่างมากจนเกินไป) ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สุด  จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่โบรกเกอร์ที่มีบัญชี ENC  จะมีค่าสเปรดที่ต่ำ และมีระบบ Server ที่เสถียรไม่มี Requote แต่การเปิดบัญชีลักษณะนี้ มักกำหนดวงเงินขั้นต่ำที่สูงกว่าบัญชีปกติโดยรวมทั่วไป ฉนั้น Server ที่มีความเสถียรของโบรกเกอร์จึงเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับต้นๆนั่นเอง ส่วนค่าสเปรดที่แต่ล่ะโบรกเกอร์กำหนดนั้น ควรมีความชัดเจนแน่นอน  ไม่ใช่ว่ามาปรับเปลี่ยนในภายหลัง โดยที่ไม่ได้แจ้งให้เราทราบล่วงหน้า การให้บริการข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ รัดกลุม ตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม มีการกำหนดกฎกติกาที่ชัดเเจนแน่นอน  รวมทั้งมีการให้บริการที่น่าประทับใจ ไม่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าโดนเอาเปรียบจนเกินไป  และอีกอย่างที่สำคัญมากๆ คือไม่ทำตัวเป็นเจ้ามือเอง สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จึงถือว่าเป็นความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ ที่นักลงทุนส่วนใหญ่ใช้ในตัดสินใจว่าจะเลือกหรือไม่เลือกโบรกเกอร์ไหนดี 

[ratings]